ร้างไกลพันลี้ Far Away

posted on 12 Mar 2009 17:05 by mingtianlong  in Fiction

ราตรีมาเยือนเมืองคงไฟแล้ว บ้านเรือนต่างๆเริ่มจุดโคมไฟตามหน้าบ้าน หากมองจากที่สูงมันจะดูงดงามไปอีกแบบยิ่งนัก
จั่นเจาถอดเครื่องแบบสีแดงออกก่อนผลัดเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินกรมท่า เขาคว้าขวดเหล้าใช้วิชาตัวเบาขึ้นไปบนหลังคาจวนท่านเปาอย่างเงียบๆ

ดูท่า วันนี้จั่นเจาจะมาสาย เขาเห็นชายชุดขาวกับใบหน้าหล่อเหลาอันแสนคุ้นเคยนั่งเหม่อมองรอคอยเขามานานแล้ว

"พี่ไป๋"จั่นเจาเรียกชายหนุ่มเบาๆด้วยเสียงอ่อนหวาน ไป๋อวี้ถังเอียงคอหันไปมองชายรัก เขาตบพื้นข้างๆเป็นเชิงให้จั่นเจานั่งตรงนั้น แมวหลวงย่อมรู้ดี และไม่รอช้าที่จะเดินไปนั่งตรงนั้น

"ทำไมวันนี้เจ้าเปลี่ยนที่นัดพบละ"ไป๋อวี้ถังถามจั่นเจาอย่างแคลงใจ เขาโอบกอดจั่นเจาไว้ราวกับจะรวมเป็นหนึ่งเดียวจั่นเจาเงียบไม่ตอบคำถามชายรักจนผิดสังเกต

"เจ้าลูกแมว"

"..."

"เงียบทำไมกัน"ไป๋อวี้ถังเอาคางเกยบ่าจั่นเจา เขารู้สึกได้ถึงความผิดปรกติของแมวหลวง เสื้อผ้าจั่นเจาบางส่วนดูเหมือนจะมีน้ำหยดลงมาทั้งๆที่ฝนไม่ได้ตก อวี้ถังเลิกคิ้วสูงใช้มือข้างซ้ายลูบแก้มจั่นเจาที่ร้อนผ่าวเเละชื้น

"เจ้าร้องไห้!?"อวี้ถังถามด้วยน้ำเสียงลนลาน 

"ข้ามีอะไรจะบอกท่าน.."จั่นเจาเอ่ยเสียงสั่นเครือ

"บอกมาเถิด"อวี้ถังกอดจั่นเจาแน่นขึ้นกว่าเดิม ทำไมตอนนี้ในใจเขาเริ่มรู้สึกถึงลางสังหรณ์ไม่ดี

"ข้ากับพี่..เราต้องร้างไกลกันพันลี้"จั่นเจาฟุบหน้าต่ำลง ตัวยังสั่นเพิ้มและดูท่าจะหนักกว่าเดิม

หัวใจของไป๋อวี้ถังพลันรูสึกหล่นวูบนัยตาขี้เล่นเบิกกว้าง โสตรประสาทได้ยินแทบจะไม่ได้ยิน หัวใจราวกับจะหยุดทำงานเสียให้ได้

"เจ้าจะจากข้าไปที่ใดกัน!"

"ไต้เท้าเปามีบัญชาจากฮ้องเต้ให้ออกล้างมนทินทั่วหล้า ข้าเป็นองครักษ์ย่อมติดตามไป"

"ข้าจะไปด้วย"อวี้ถังรู้สึกร้อนรนในใจ หากเขาจากจั่นเจาไปมีหวังเขาคงหมดสิ้นกับทุกสิ่ง

"ท่านไปไม่ได้หรอก นี่มันงานราชกิจ เป็นคำสั่งของจักรพรรดิมังกร"

"เจ้าจะไปนานแค่ไหน"อวี้ถังสูดอากาศหายใจไปเต็บปอดก่อนเอ่ยถาม 

"หลายวันเป็นเดือนหลายเดือนเป็นปีจากหนึ่งปีเป็นสองเป็นส..."

"พอแล้ว!"จั่นเจายังเอ่ยไม่จบก็ถูกอวี้ถังแย้งออกมา ชายหนุ่มพลิกตัวอีกฝ่ายให้อยู่ในอ้อมแขนแล้วก้มตัวลงไปจูบ 

"เจ้าจะออกเดินทางไปวันไหน"

"พรุ่งนี้ยามสาย"คำตอบของคนรักย่อมทำให้หัวใจเขาย่อมรูสึกถูกบีบรัดอย่างแรง มันจุกจนพูดต่อไม่ออก 

"ข้าขอกอดเจ้าไว้ทั้งคืนได้หรือไม่"อวี้ถังถามเสียงแผ่วเบา แมวน้อยพยักหน้าเบาๆฉับพลัน ร่างสีขาวก็อุ้มร่างบางสีแดงหายเข้าไปในห้องนอนของแมวหลวง

                                           

ผ่านความโทมนัสแลหรรษาของชาวโลก เผชิญความทุกข์โศกแลผิดหวังนานา

ท่องทะยานโลกกว้างเคียงข้างท่าน

เร้นกายหลีกไกลสุดหล้าฟ้าเขียว ตัดขาดจากชนชาวโลกทั้งผอง


ยามเคลิบเคลิ้มกลิ่นรัญจวนมวลบุปผา ความฝันนั้นได้โบยบินลับตา…

ชั่วชีวิตนี้ ข้าคลุ้มคลั่งด้วยรักท่านหมดใจ

หากรักเรา มิได้เคียงคู่กันใต้แผ่นฟ้านี้ไซร้ 

ก็ดุจดั่งเงากระบี่และสายฟ้าสว่างวาบ

อันผ่านเลย และผ่านไป…

ชั่วชีวิตนี้ ข้าคลุ้มคลั่งด้วยรักท่านหมดใจ

หากรักเรา มิได้เคียงคู่กันใต้แผ่นฟ้านี้ไซร้ 


คงต้องท่องทะยานโลกหล้าเดียวดาย

ความเศร้าสลดบนใบหน้านั้น ยากแล้วที่จะมลายลบเลือน…


บทกลอนสุดท้ายของจั่นเจาที่เขียนให้กับไป๋อวี้ถังที่ยังนอนหลับสนิทอยู่ เมื่อคืนนี้ทั้งเขาและชายหนุ่มชุดขาวแต่พรอดรักกันเกือบสว่าง ไม่แปลกที่ไป๋อวี้ถังจะหมดแรง แต่กับเขานั้นต้องทนไม่ข่มตาหลับ ยามนี้ได้เวลาที่เขาต้องออกเดินทางแล้ว ใจยังคงหวั่นเล็กน้อยที่ต้องจากกัน แต่เขาเชื่อว่าสักวันก็คงต้องกลับมาพบกัน..สักวันหนึ่ง มันไม่นานจนทำให้ใครตายไปข้างหนึ่งหรอก
มันก็แค่งานราชกิจออกตะเวนทั่วแผ่นดินซ่ง ก็แค่นั้นเอง...

จั่นเจาจูบที่หน้าผากหนูตัวร้ายอีกครั้งแล้วน้ำตาเม็ดสุดท้ายก็หลั่งออกมาเล็กน้อย เขาพยายามข่มมันไว้ ถึงแม้ตอนนี้เขาอาจจะไม่ร้องไห้ แต่ในใจของเขามันเศร้ายิ่งนัก จั่นเจาเดินออกมายังนอกจวนไต้เท้าเปาขี่ม้าตัวเดิมๆตามรถม้าไปยังสุดหล้าฟ้าเขียว.....

จั่นเจานั่งเปิดสมุดบันทึกของตนเล่นในบ้านร้างหลังหนึ่งมันดูเงียบเหงาเหมือนกับจิตใจของเขาตอนนี้

เปิดไปแต่ละหน้าก็ยิ้มเล็กน้อยที่มุมปากไว้ เขาอ่านมันในใจอย่างเศร้าสร้อย.. 

วันที่สาม ที่ต้องร้างไกลพันลี้

พี่ไป๋ ตอนนี้ข้าอยู่ที่เมืองไท่หญวน อยากบอกกับท่านว่า ท่านอ๋องเมืองไท่หญวนนามเฮอหลันหมิ่นจือนั้นช่างโรคจิตดีแท้
เขามักจะพูดจาแทะโลมข้า แต่ข้าไม่หวั่นไหวหรอก เขานะชอบเฆี่ยนคนเป็นชีวิตจิตใจ ขืนข้าลองไปรักแล้วนอกใจมีหวังข้าก็ตายสิ
พูดแล้วข้าก็ขอบอกได้เลยว่าข้าไม่มีวันนอกใจพี่หรอก ต่อให้เขาจะยศสูงศักดิ์เพียงใด ร่ำรวยเพียงใด รูปหล่อเพียงใด ข้าคิดว่าข้าชอบท่านมากที่สุดแล้วต่อให้ท่านจะเป็นคนธรรมดา ไม่ร่ำรวยมาจากไหน ไม่รูปหล่อมากมายแต่ท่านก็น่ารักกวนใจข้าประจำเสมอ ไม่ว่ายามหลับยามงานยามตื่น
คิดถึงท่าน..นี้เพิ่งผ่านมาเพียงสามวันแท้ๆแต่ข้าเหงามากเลยท่านรู้ไหม 
จะว่าไปเมืองไท่หญวนนี้ก็มีแต่ความสงบสุขดีมากเลย ไม่มีสิ่งใดร้องเรียนมีเพียงเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น [เพราะว่าชาวเมืองกลัวท่านอ๋อง
หมิ่นจือกระมัง ฮ่าๆๆ]ท่านอ๋องเองตอนนี้กำลังตามล่าหาแม่นางที่ชื่อไชหญงฝูอยู่ได้ข่าวว่าแม่นางคนนั้นทรยศท่านอ๋อง เขาเลยจะจับมาลงทัณฑ์ ข่าวกรองมาว่านางเป็นสนมคนโปรดของท่านอ๋องแล้วไปแอบมีชู้รัก ท่านอ๋องทราบก็เลยสั่งให้ทหารไปตามจับตัว
เฮ้อ ข้าเหนื่อยใจแทนท่านซือหม่าเซียงหยูมากกว่า เขาเป็นคนสนิทท่านอ๋อง เป็นทั้งมหาบัณฑิตผู้รอบรู้เหนือกว่าท่านกงซุนเสียอีกและยามศึกเขาก็เป็นแม่ทัพรบเคียงบ่าเคียงไหล่ท่านอ๋อง ข้าอยากให้ท่านกับข้าร่วมเรียงเคียงหมอนมากกว่า เอ๊ะ!นี่ข้าเขียนอะไรออกไปเนี่ย แต่ช่างเถอะ ยังไงถ้าข้ากลับไปข้าจะขอท่านแต่งงานกับข้าแน่ หึหึ                                              
                                                                                                                   ...แมวหลวง....

วันที่เจ็ด ที่ต้องร้างไกลพันลี้

ไม่น้า!!!พี่ไป๋ตอนนี้ข้าออกจากเมืองไท่หญวนมาจินหลิงแล้ว ท่านอ๋องจูจั๋นจีของที่นี่น่ากลัวพอพอกับท่านอ๋องหมิ่นจือเลย
ข้าอยากให้เขาสองคนมาประชันกันจริงๆ แต่วันนี้ข้าไปชมพระชายาท่านอ๋องเจ็ด[ท่านจูจั๋นจี]มา นางเป็นสตรีที่สวยทั้งจิตใจและหน้าตาฝีมืออาหารของนางเก่งที่สุดเลยในไต้หล้าก็ว่าได้ ท่านอ๋องบอกข้าว่านางเป็นเพียงสามัญชน ข้าแทบไม่เชื่อหูตัวเอง นางออกจะฉลาดเรียบร้อยเก่งทั้งบุ๋นและบู๊ ดูท่าข้าคงต้องประเมินพระชายาอิ๋นอวี้เหลี่ยง ใหม่แล้วสิ ตอนนี้พระชายากำลังวุ่นกับท่านอ๋องน้อยวัยเจ็ดขวบที่กำลังซุกซนเต็มที่ข้าเห็นแล้วชักอยากมีลูกสะแล้วสิ ฮ่าๆ แต่ข้าเป็นผู้ชาย พี่ไป๋ก็ชาย ดูท่าข้าคงหมดหวังที่จะมีลูกกระมังTT^TT
เฮ้อ คิดถึงท่านนนนน ข้าคิดถึงท่านนนนนน ต่อให้ข้าตะโกนไปพี่ก็คงไม่ได้ยินหรอก สู้ข้าเขียนเยี่ยงนี้ดีกว่า หึหึ
วันนี้ ข้าขอพอเเค่นี้ก่อน พรุ่งนี้รุ่งสางข้าต้องออกเดินทางต่อ.. 

ป.ล. เมืองนี้ก็เช่นกันไม่มีเรื่องร้ายแรงใดๆเลย เพราะเรื่องที่ร้ายแรงนั้น ท่านอ๋องลงอาญาไปหมดก่อนหน้าที่เรามานานแล้วนัก บวกกับความเข้มงวดของท่านอ๋องชาวบ้านจึงมีแต่คำว่าระเบียบ= =

                                                                                                                    ....แมวหลวง...


หนึ่งเดือน ที่ต้องร้างไกลพันลี้

ตอนนี้ข้ากำลังเมืองแถบหนานจิ้งที่นี่วุ่นวายชะมัด ที่ทั้งกองโจรที่ดักปล้นสะดม ไหนจะเหล่าผู้ค้าเร่ของเถื่อนอีก กว่าข้าจะกำราบไปได้ก็เหนื่อยลิ้นห้อย ทำไมนะหรอ
หวังเฉากับหม่าฮั่น จ้าวหลงจ้าวหู่นะ ดันไม่สบายข้าเลยต้องอารักษ์ขาไต้เท้าเปาเพียงลำพัง อ้อ!!เกือบลืม
ข้าเจอจอมยุทธเหนือโอวหยางชุนด้วยหละ แต่ข้าไมได้ประมือกับเขาแค่ดวลสุรากันเฉยๆแต่ข้าก็เเพ้ เมาตั้งแต่สองไหแรก TT^TT
ข้ามันไม่เอาไหนใช่ไหม แค่สุราก็แพ้ฮือๆๆ ข้าไม่เหมือนพี่ที่ขอแข็ง ข้าว่าวันนี้หยุดแค่นี้ดีกว่ารู้สึกว่าจะมีคนมารบกวนท่านเปาอีกแล้วหึหึ


                                                                                                                        ...แมวหลวง...

สามเดือน ที่ต้องร้างไกลพันลี้

จ๊าคคค วันนี้ข้าได้รับบาทเจ็บเล็กน้อย[ความจริงก็แค่เจอกระบี่ของศัตรูสอดมาแทงตรงอกเฉยๆ]พี่ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก ข้าดูแลตัวเองได้ดี แต่ถ้าข้าอาการทรุดลงก็ต้องโทษเปาหวานที่ชอบมานั่งคุยนู่นคุยนี่กับข้าจนข้านอนไม่หลับไปหลานครั้งนะ
เเต่เอ๊ะ!ท่านพี่จำเปาหวานได้หรือเปล่า เมื่อก่อนนางเป็นเด็กตัวเล็กอายุแค่สิบเอ็ดปีแต่ตอนนี้นางอายุสิบห้าแล้วก็ยังซุกซนชอบหาเรื่องให้ข้าต้องไปตามแก้ทุกครั้ง แต่ก็เอาเถอะ ข้าเองก็แก้เบื่อเหมือนกันนะ 
ท่านเปาเจอพี่สาว เปาซ้อใหญ่ ได้ถากถางท่านเปาว่าเมื่อไรจะแต่งงานเสียที ท่านเปาเจิง ถึงกับสะอึกพูดอะไรไม่ออกได้แต่ตอบปัดๆไปว่า ทำงานราชการทุกวันจะเอาเวลาที่ไหนไปหาสตรี แต่ข้าว่าท่านเปานะเอาเวลาท่านว่างๆไปหาท่านกงซุนมากกว่านะ หึหึ
สงสัยถ้าท่านเปารู้ว่าข้ารู้ความลับของท่านเปามีหวังข้าคงเจอเครื่องประหารหัวพฆัคเป็นแน่  ข้าขอจรรีก่อนดีกว่า คิดถึงพี่นะ


                                                                                                                  ...แมวหลวง....

หกเดือน ที่ต้องร้างไกลพันลี้

อะไรกัน!!นี่มันครึ่งปีแล้วหรือ ที่ข้าจากท่านมา ทำไมเวลามันเดือนช้ายิ่งนัก ข้าเผลอคิดว่านี่คือสิบปีไปแล้ว 
เดี๋ยวนี้ข้ามักจะฝันร้ายเสมอแต่พอจะใกล้ตื่นก็ฝันว่าเจอพี่ไป๋มาช่วยข้าให้หลุดจากฝันร้ายนั่น ตอนนี้พี่ทำอะไรอยู่หรอ พักนี้ฝนตกบ่อยไหม
ถ้าบ่อยท่านอย่าออกไปข้างนอกในช่วงฝนตกนะ เดี๋ยวท่านจะไม่สบายเอาเหมือนข้าที่ตอนนี้กลายเป็นแมวป่วยไปแล้ว
หากได้ยาใจมาทานก็คงจะดีไม่น้อยสินะ อีกไม่กี่วันท่านเปาก็จะลงใต้เฮ้อ..ระยะความรักช่างไกลนัก แต่ความคิดถึงนับวันก็ยิ่งเพิ่มพูน
ตอนนี้ข้าต้องไปนอนแล้วท่านกงซุนไล่ข้าTT^TTเดี๋ยวข้าจะไม่ยอมหายไข้เอา ข้ายังรักพี่เหมือนเดิมนะ พี่ไป๋อวี้ถังของข้า
                                                                                                                               
                                                                                                                     ...แมวหลวง...

หนึ่งปี ที่ต้องร้างไกลพันลี้

รู้สึกว่าตอนนี้ทุกๆที่ที่ผ่านจะกลายเป็นหิมะหมดแล้ว นี้ก็ย่างเข้าหน้าหนาวแล้วพี่ห่มเสื้อผ้าหนาๆนะเดี๋ยวจะไม่สบาย ตอนนี้ข้าใส่หลายชั้นมาก เพราะรู้ดีว่าพี่ต้องห่วงแน่ๆ ทุกๆหัวค่ำข้ากับสี่หน่อองครักษ์จะต้องดื่มสุราผสมสมุนไพรของท่านกงซุนวันละหนึ่งจอก
ท่านอย่าได้อิจฉาเลย ความจริงมันคือผักเขียวๆทั้งหลายมาบดผสมสุรา นึกแล้วอยากจะอาเจียนเมื่อไรจะหมดหน้าหนาว
มันทำให้ข้ารู้สึกชาไปทั้งตัวและหัวใจ เฮ้อ~ทรมานหัวใจจริงๆเลยเนอะ ที่ข้ากับท่านต้องร่างไกลกันนี่ก็หนึ่งปีเต็มแล้ว
ข้าเเทบจะลืมบ้านตัวเองเสียแล้วสิ แต่ท่านไม่ต้องเป็นห่วง ข้าไม่ลืมท่านหรอกน่ะ เอ๊ะ.. ท่านงอนข้าหรอ โอ๋ๆๆอย่างอนข้านะ
พี่หนูขนร่วงสุดหล่อของข้า ฮ่าๆ

     
                                                                                                                   ...แมวหลวง...


หนึ่งปีครึ่ง ที่ต้องร้างไกลพันลี้

เกาะทางใต้นี่สู้เกาะห้าหนูของพี่ไป๋ไมได้เลยเนอะ แต่ข้าว่าความจริงที่นี่มันก็สวยไปอีกแบบ มีมันเทศมากมายให้ข้ากินข้าชักเริ่มติดใจมันเทศแล้วสิ วันนี้ท่านแม่ทัพหยาง สอนข้าว่ายน้ำด้วยละ ท่านละว่ายน้ำเป็นหรือยังละ?เพื่อพี่ตกน้ำคราวหน้าข้าจะลงไปช่วยท่านเอง ฮ่าๆ หน้าร้อนของที่นี่ ร้อนสมใจอยากเลยละ ข้าแทบจะไม่อยากใส่เครื่องแบบเลย ท่านเปาสงสารเลยให้ใส่แค่ชุดลำลองสีน้ำเงินกรมท่าตัวเก่งของข้า อิจฉาข้าไหมละ มันเผาที่นี้หว๊านหวาน แม่ค้าก็สวย เหอๆ ขืนข้าพูดต่อท่านคงต้องรียร่อนตามข้ามาเเน่เลยเอาเป็นว่าคนที่นี่ใจดีก็แล้วกัน ปฏิบัติกับข้าราวกับญาติคนหนึ่งเลย สุราก็รสเริดมาก ดื่มแล้วรู้ถึงหอมรัญจวญใจ แต่สุราที่รสดีที่สุดต้องเป็นของท่านอ๋องหมิ่นจือ หมักเอง ก็แน่ละพี่ท่านเล่นหมักตามสูตรโรคจิตแค่ข้าคิดแล้วก้อยากจะอ้วกจริงๆ สงสารท่านเซียงหยู เพระรักจึงทนจริงๆ ข้าซูฮกให้เลย ได้ข่าวว่าตอนวันเกิดพระนางบูเช็คเทียน ท่านอ๋องก็ทำเค้กมนุษย์ส่งไป สงสัยจะรักเสด็จน้าจนมากไปหน่อย??
ได้เวลาที่ข้าต้องวางพู่กันอีกแล้ว ไว้เจอกันใหม่นะพี่ไป๋
                                                   
                                                                                                                      ...แมวหลวง...

สองปี ที่ต้องร้างไกลพันลี้

ตอนนี้ข้าอยู่ดินแดนฝั่งตะวันตก คนที่นี่กินแต่อาหารเผ็ดๆ แต่ข้าก็ชอบนะ กินแกล้มสุราแล้วอร่อยมาก มีของเล่นแปลกๆให้ข้าเล่นเยอะเลย คนที่นี้มักจะผิวสีน้ำผึ้ง ไม่ขาวเหมือนเราเท่าไรนัก
แต่คนที่นี่ยิ้มเก่งมากเลย เขาลือกันว่าตนที่นี่แรกเกิดก็ยิ้มเเล้ว ทำอะไรก็มีแต่ความสุข แล้วช้างศึกของที่นี่นะ หน้าตามันน่าชังยิ่งนักเห็นแล้วขี่ไปรบไมได้ อยากเอามาเลี้ยงเล่นมากกว่า เวลาเสียงมันร้องจะร้องว่า แปร๊นนนน นึกแล้วอยากกอดมันจริงๆ
แต่ตอนนี้ข้าคิดถึงอ้อมกอดของพี่มากกว่านะ คงอีกไม่นานแล้วมั้ง ที่เราจะกลับมาพบกันอีกที...TT^TT

                                                                                                                         ...แมวหลวง...

สามปี ที่ต้องร้างไกลพันลี้

พี่ไป๋ แต่งงานกับข้าเถอะ ท่านจำได้ใช่ไหมว่าข้าเคยบอกกับท่านว่าถ้าข้ากลับไปข้าจะขอท่านแต่งงาน
ตอนนี้ข้ากำลังเข้าเขตเมืองไคฟงแล้ว ข้าอยากกลับไปกอดท่านไวๆจัง อยากจะขอท่านเปารุดหน้าไปก่อนก็เสียการมากกว่า
จึงได้แก่ขี่ม้าย่องตามรถม้าท่านเปาไป
พี่ทำอะไรอยู่หรือ กินข้าวหรือยัง ท่านนอกใจข้าบ้างหรือเปล่า สามปีมานี้ท่านลืมรักเราไปหรือไม่..
ฝันถึงข้าบ้างหรือเปล่า ท่านกับข้ายังรักกันดีอยู่ใช่ไหม... 
                                                                                                                        ...แมวหลวง...


ข้าวางสมุดบันทึกของตัวเองลงข้างๆกายเหม่อมองท้องฟ้าและดวงจันทราดวงเดิมที่เคยมองมันมาตลอดสามปี
แต่ที่นี่เป็นที่ที่ข้าจากไปแล้วสามปี ดูเปลี่ยนไปมาก แต่หวังว่าไป๋อวี้ถัง คงจะรอข้าอยู่กระมัง 
โหยหา..ไออุ่นจากรักที่ห่างไกล คร่ำครวญ..แม้ในฝันยังเพรียกหา พร่ำเพ้อ..กับสมุดบันทึกเล่นนี้แทนความคิดถึง
ข้าอยากจะให้ท่านกอดข้าเร็วๆจังพี่ไป๋ ... ท่านจะเปลี่ยนไปหรือเปล่า ในใจข้ามีตั้งร้อยแปดคำถามแนะ
ง่วงนอนอีกแล้ว พี่ไป๋ข้าขอตัวไปนอนก่อนดีกว่า ข้าได้ยินเสียงท่านกงซุนบ่นมาแต่ไกลแล้ว ราตรีสวัสดิ์

                                                                                                                        ...แมวหลวง...

 ชายชุดแดงวางสมุดบันทึกออกตัวเองลงเหลือบหางตาเห็นจดหมายฉบับหนึ่งวางไว้เขาตัดสินใจที่จะอ่านมันใจหนึ่งก็รู้สึกเจ็บแปรบที่ต้องมาอ่านจดหมายนี้ทั้งๆที่ในใจเขาหวังว่าจะพบคนเขียนมันมากกว่า..

แมวน้อยตอนนี้เจ้าจากข้าไปปีครึ่งแล้ว รู้ไหมว่าข้าเหงาแค่ไหน ทุกครั้งทีมีงานวัด ข้าได้แต่มองคู่รักเดินจูงมือกันไปเป็นคู่ๆ ดูแล้วน่ามีคามสุขยิ่งนัด ข้าเห็นแล้วใจคอหดหู่...อย่างบอกไม่ถูก อาซ้อถามถึงเจ้าด้วย อาจเพราะเราไม่เคยห่างกันกระมัง บรรดาพี่ๆของข้าทั้งสี่ต่างเอ่ยปากถาม ข้าก็เหนื่อยที่จะตอบเองเช่นกันอยากให้เจ้านั้นแหละที่เร่งมาตอบเอง...

แมวน้อย ข้าอยากโอบกอดเจ้าเหลือกัน ทุกครั้งที่เห็นหิมะตกแล้วข้ารู้สึกว่ามันวังเวง ถ้าเป็นเมื่อก่อนข้าคงกอดเจ้าใต้ผ้าห่มหนาๆมองมันหล่นมากระทบพื้นดิน เจ้าคลอเคลียข้า ข้าจูบเจ้าโดยไม่รู้ลืม..  ได้ดื่มสุราอุ่นๆโดยจากริมฝีปากอวบอิ่มน่ามองของเจ้ามันทำให้ข้ารู้สึกรัญจวญใจยิ่งนักนานวันก็ยิ่งหว้าเหว่ใจ ไม่เป็นอันกินอันนอนเจ้าคงจะท่องไปทั่วหล้าแล้วกระมัง หวังว่าข้าคงไม่เป็นหนูขนร่วง รอเจ้าเก้อไปฝ่ายเดียวนะแมวเหมียวน่าแกล้ง

ย่างเข้าฤดูใบไหม้ผลิ ดอกเหมยเริ่มเบ่งบานพร้อมๆต้นไม้ชนิดอื่น ผ่านหนาวไม่กี่วันก็เริ่มอบอุ่นแล้ว ช่วงนี้ข้าไม่ห่วงสุขภาพเจ้าหรอก หากจะห่วงก็ห่วงแต่เจ้าจะทำงานหักโหม เกินไปนะสิ!! วันก่อนข้าได้ดื่มสุราคิมหันต์ก่อนผมดหนาวด้วยหละ รสชาติมันร้อนแรงยิ่งนัก ขนาดลูกชายเจ้าของโรงเตี๊ยมอย่างข้ายังรู้สึกเมาในไหแรกเลย คืนเจ้าดื่มได้แล้วตั้งแต่จอกแรกกระมัง ฮ่าๆๆ ..กลับมาหาข้าเร็วๆนะแมวเหมียว

ครั้นหน้าร้อน จิตใจข้าก็ร้อนรุ่มห่วงเจ้าไปเสียหมด เจ้าชอบบ่นว่าร้อนๆๆๆ แล้วเดี๋ยวนี้เเดดมันก็เเรงกลัวเจ้าจะเป็นล้มเป็รแร้งเอานะสิ หัดดูแลตัวเองหน่อยนะ เจ้าแมวเหม็น หรือร้อนมากขนาดเจ้าที่ว่ายน้ำไม่เป็นอยากลงไปว่ายน้ำ บอกไว้ก่อนนะ ข้าไม่อาจตามไปเก็บศพเจ้าได้หรอก อ๊ะ!!! ข้าล้อเจ้าเล่นน่า.. ไต้เท่าเปากับท่านกงซุนเล่า?พวกเขาสบายดีไหม แล้วเจ้าสี่หน่อลูกน้องเจ้าละ ยังกลมเกลียวกันเหมือนลูกบอลใช่ไหม ห่วงเจ้านะเนี่ยรู้ไหม

ร้อนไม่กี่เดือน นี่ก็ฤดูใบไม้ล่วงอีกครา ต้นไม้ที่เจ้าอุตส่าปลูกใบมันล่วงจนโล้นเหมือนหลวงจีนเลยนะฮ่าๆๆๆ มันคงเศร้าที่ไม่ได้เจอเจ้าของกระมัง ตอนนี้ข้าว่าอากาศกำลังสบาย นอนแล้วอยากนอนตื่นสายเสียจริงแต่ก็นะ..แม้แต่จะข่มตาหลับข้ายังทำไม่ได้เลย จะเอาเวลาที่ไหนไปนอน อาซ้อชอบแซวข้าว่าข้านะ..เห็นทีคงเปลี่ยนฉายาจากหนูขนทองเป็น หนูแพนด้าได้แล้ว ขอบตาข้าไมได้คล้ำอย่างนั้นเสียหน่อย เจ้าว่าจริงไหม เเมวน้อย??

 

ตอนนี้ข้ารอเจ้าอยู่ที่เดิม ที่ๆเจ้าได้จากข้าไป ข้ายังคงนอนบ้านหลังเล็กที่ข้าเคยสร้างไว้ ห้องของเจ้าในจวนข้าก็ไปทำความสะอาดรอเจ้าทุกวันนะ ข้ายังชอบไปที่เนินเขาหลังบ้านที่เจ้าบอกว่า ทิวทัศมันสวย มองเห็นได้ตั้งแต่เขตแดนเมือง ข้าเองก็มักจะไปนั่งตรงนั้น เพื่อจะเห็นเจ้ากลับมา แต่ตอนนี้ข้ากำลังมีภารกิจลับ เสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย หากเจ้าได้อ่านจดหมายนี้ก็เเปลได้หลายอย่างนะแมวเหม็น เพราะข้าจะวางมันไว้ในบ้านของเรา หากเจ้ากลับมาไม่เจอข้านั้น..อย่าได้เศร้าไปเลย

ป.ล ข้านะไม่มีอารมณ์เจ้าบทเจ้ากลอนเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ขอโทษหากมันสั้นไป 

                 ชายคาประดุจดั่งภูผาสูงกระดิ่งลมกวัดไกวแกว่งราวเครื่องสีครามซัดสาด


                 ข้าเปรียบตัวเจ้าเป็นแมวน้อยที่หลงทางรอวันหวนกลับคืน


                  เวลาเลื่อนลอย ไม่รู้อีกนานไหมกว่าข้าจะทำใจ เจ้าจากข้าไปอย่างไม่รู้วันใดจะกลับมา


                  เรื่องราวที่เกิดขึ้นราวกับฝันที่ยังเลือนรางไม่จางสลายถ้อยคำลาไม่แจ่มชัด


                  เป็นข้าที่แยกไม่ออกว่าคำคร่ำครวญนั่นคือเสียงของเจ้าหรือสายลมแห่งความโสมนัส


                  แต่ข้าเพิ่งพบความจริง..เสียงนั่นคือเสียงหัวใจที่แตกสลายไปชั่วข้ามคืน


                  ลืมตาตื่นจากฝัน ใครกันที่ยืนอยู่ริมหน้าต่าง เลื่อนเปิดจุดจบให้เห็นได้ชัด


                  ภาพข้าส่งเจ้าร้างไกลพันลี้ยังคงติดตา


                  วันคืนล่วงเลยเดือนปีแห่งความเปลี่ยวเหงาหรือแท้จริงไม่ควรโหยหา


                   เป็นข้าผิดเองทีไม่รักเจ้ากลับส่งเจ้าออกไปไกลเกินพบพาน


                   เสียงกรีดพิณร่ายล่องลอยมาตามสายลมอ่อนๆจากแห่งหนใดเป็นใดสุดหยั่งถึง


                   ข้าขอรอคอยเจ้ากลับมาตรงที่ ที่เจ้าจากข้าไป


                   เสียงคร่ำครวญเพรียกหา ข้าเข้าไปในป่าลึกเพื่อตามหาดอกแพรขาวบริสุทธิ์


                   หากแต่ข้าพบเพียงตะใคร่น้ำสีเขียวซีด


                   เว้งว้างทาบทอเหนือภูผาสูงชัน  สายฝนยังกระหน่ำไม่ขาดสายกระทบหมู่มวลดอกไม้


                   ไรผมของข้าเริ่มขาวขึ้นจนกลบผมสีนิล จนสิ้น เพราะข้าได้ถูกพิษรักจึงทำให้ผมเปลี่ยนสี 


                   หากแต่สังขาลยังเท่าเดิม เพิ่มมาเพียงหนึ่งปีกว่า


                   ข้ารอเจ้าผู้ที่ไร้รอยมนทิลความงดงามทั้งใบหน้าแลจิตใจนั้นยังพร่ำเพ้อหา


                  ข้าเห็นเจ้าเดินกลับมาพร้อมกับดอกแพรขาวบริสุทธิเฉกเช่นเจ้า


                   แต่เพียงแค่สำผัสก็รับรู้ได้ถึงความว่างเปล่า เป็นจิตใต้สำนึกของข้าที่ครวญหาเจ้า


                   แม้เวลาจะผ่านไปนานเท่าใด ข้ายังรอเจ้าที่เดิม

                                                                                                                       ไป๋อวี้ถัง..
ชายหนุ่มวางจดหมายลงข้างๆกายเขาเลือกที่จะเดินไปที่เตียงแล้วนอนลงสะ หายสมองได้พักจิตใจอาจจะดีขึ้นมาอีกหน่อยก็คงได้กระมัง  คิดเพียงชั่ววูบความมืดมิดก้หายไปกลายเป็นความฝันที่ตามหลอกหลอนตัวเองทุกคืนตั้งแต่วันที่เขาได้รู้ความจริง

ชายหนุ่มเร่งใช้วิชาตัวเบาทันทีที่ถึงศาลไคฟง กล่าวลาท่านเปากับท่านกงซุนอย่างเร่งรีบแต่พอเขาเอี้ยวตัวจะไปท่านเปากลับหยุดเขาไว้ก่อนจะเอ่ยวาจา

"จั่นเจา ตลอดสามปีมานี้เจ้าคงเหนื่อยน่าดู ข้าให้เจ้าลาพักร้อนสามวันแล้วกัน"ท่านเปาคาดคะเนวันมาให้เสร็จสัพเพราะรู้ดีว่าแมวหลวงนั้นไม่อาจจะหยุดมากกว่านั้นได้

"ขอรับไต้เท้า"เขารีบเอ่ยขอบคุณแล้วคำนับไต้เท้าอีกที ก่อนจะใช้วิชาตัวเบากลับไปยังสถานที่ ที่เรียกว่าบ้าน

พี่ไป๋ตอนนี้หัวใจข้าเต้นไม่เป็นจังหวะแล้วพี่รู้ไหม... จั่นเจาเร่งฝีเท้าเร็วขึ้นผ่านป่าไผ่กอหนึ่งที่เขาชอบมาขุดหาหน่อไม้กับอวี้ถัง ในใจพลันรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถึงเดินไปอีกสามก้าวก็ถึงต้นเหมยต้นใหญ่ ที่เขานั่งปลูกส่วนไป๋อวี้ถังคอยพรวนดิน รดน้ำ ใส่ปุ๋ยให้มันทุกในตอนนี้มันเติบโตยิ่งนัก จั่นเจารู้สึกหนาวสะท้านไปทั่วร่างกายเมื่อจู่ๆก็มีลมเย็นมาปะทะ เขารีบเดินไปตามเส้นทางที่อีกนิดเดียวก็จะได้พบกับพี่ไป๋ของเขาแล้ว

บ้านหลังน้อยหลังเดิมที่แสนคุ้นเคย ครานี้มีเพียงเเสงเทียนดวงหนึ่งคอยส่องแสงอยู่

ร่างชายหนุ่มสุดแสนคุ้นตาปรากฏตรงหน้า จั่นเจาเพียงแค่เห็นแผ่นหลังก็จำได้ทันทีว่านั่นคือใคร..

คนที่เขาห่างไกลถึงสามปี ร่างนี้ดูเปลี่ยนไปไม่มากนักเพียงแต่ผมสีเงินนั่นทำให้จั่นเจาลังเลเล็กน้อย

"พี่ไป๋"จั่นเจาเอ่ยชื่อคนที่โหยหาที่สุดออกมาอย่างแผ่วเบา ร่างสูงเอี้ยวตัวหันมามองจั่นเจาด้วยแววตาเศร้าหมอง

ร่างบางถลาเข้าไปโอบกอดอวี้ถังกอดแน่นราวกับว่าคนตรงหน้าจะหายตัวไปไหน

แต่อวี้ถังยังคงเงียบไม่พูดจาอะไร ได้แต่ลูบหัวจั่นเจาเบาๆ

"ข้าคิดถึงท่านเหลือเกินพี่ไป๋"แมวหลวงเริ่มอ้อนหนูขนทอง เขายิ้มบางๆก่อนจะเริ่มเอ่ยวาจา

"คิดถึงเช่นกัน.."

"พี่ไป๋ พี่เป็นอะไร พี่ไม่สบายหรือเปล่า ทำไมกายท่านเย็นยะเยือกราวกับน้ำเเข็งอย่างนี้ หน้าพี่ก็ซีดมากเลยแทบจะไม่มีเลือดฝาด ดูสิตัวท่านก็ซูบผอม"จั่นเจากล่าวพลางลูบคลำใบหน้าอวี้ถัง

"เสี่ยวเหมา ข้า.."อวี้ถังเหมือนจะกล่าวอะไรบางอย่างแต่ก็ถูกจั่นเจาครอบครองริมฝีปากไว้!

มันก็คล้ายกับการปลุกอารมณ์เสือให้ตื่น มีลูกแมวอยู่ตรงหน้า มีหรือเขาจะไม่ตอบสนองถึงแม้มันจะแค่จูบเบาๆก็เถอะ เขาไม่ลืมคำพูดที่จะเอ่ยไปจนสิ้นแต่กลับคิดจะหม่ำแมวเหมียวตรงหน้าเสียมากกว่า

ไป๋อวี้ถังกอดจั่นเจาแน่นขึ้นก่อนบรรจงชิมริมฝีปากสีแดงที่ยั่วยวนเขา จูบที่เนิ่นนานยิ่งใกล้กันก็เหมือนน้ำมันกับไฟ..

"พี่ไป๋.."จั่นเจาครางรับในลำคอเมื่อลิ้นอุ่นๆเริ่มเข้ามาสำรวจโพรงปากของเขา ชายหนุ่มตรงหน้าเลิกคิ้วสูงก่อนถอดริมฝีปากออกมา

"หืมม์ ไม่อยากหรอ"อวี้ถังเริ่มส่งสายกวนใจเขาให้สั่นเล่นอีกครา

มีหรือแมวน้อยจะไม่อยากแต่ตอนนี้อากาศด้านนอกมันก็หนาวแถมในห้องมีเพียงเทียนเล่มเดียวเสียด้วย

"หนาวหรอ"อวี้ถังคล้ายอ่านใจออก เขาจูงมือจั่นเจามาตรงขอบเตียงก่อนทรุดกายนั่งและให้จั่นเจานั่งตักเขา

สองมือไม่อยู่สุกเริ่มปลดเสื้อผ้าคลำขยำหน้าอกของจั่นเจา แต่นั้นไม่เท่ากับริมฝีปากจอมซุกซนที่กำลังโลมเลียซอกคอขาวผ่องของเขาอยู่ในขณะที่แมวน้อยได้แต่ร้องครางใบหน้าเริ่มแดงซ่าน เมื่อเสื้อตัวในถูกปลดหมด

ไป๋อวี้ถังยิ้มกว้างเขาลุกขึ้นยืนวางจั่นเจาลงบนเตียงใหญ่แล้วปลดเสื้อผ้าที่น่าเกะกะนั่นออกไปทีละชิ้นทีละชิ้น หวังยั่วแมวน้อย ที่จ้องตาไม่กระพริบ

"พี่ไป๋เร่งเถิดข้าอายแทนท่านแล้ว"

จั่นเจากล่าวเสียงแผ่ว ใบหน้าเริ่มแดงซ่านราวกับว่าเป็นคืนส่งเข้าหอคืนแรกก็ไม่ปาน แต่นี้ไม่ใช่หากเป็นเพราะความห่างไกลถึงสามปี ต่างหากเล่าที่ทำให้ขวยเขิน

อวี้ถังเลิกคิ้วสูง เขาโน้มตัวขึ้นคร่อมร่างบางกดจั่นเจาไว้อยู่ในอานัต ก่อนจะละเลียดความเหนียวเหนอะนะแต่สร้างความเสียวซ่านแก่องครักาขั้นสี่ ลิ้นอวดอีนั่นยังคงโลมเลียไปทั่วร่างกายจั่นเจาราวกับสำรวจ ดูว่ามีสิ่งใดผิดไปหรือไม่ อวี้ถังเริ่มลดตัวต่ำลงต่ำลงจนถึงท้องของจั่นเจาเขาเลียไล่ตามเส้นประสาทยิ่งทำให้จั่นเจารู้สึกเสียวเล็กน้อย

"แมวน้อย จากกันสามปีไม่เห็นน้องเจ้าจะโต"อวี้ถังกล่าวหยอกย้อก่อนจะใช้มือที่เค้นหน้าอกมาลูบคลำความเป็นชายของจั่นเจา เขาคอยๆรูดขึ้นรูดลงจนมันใหญ่คับมืออวี้ถังก็เริ่มใช้ริมฝีปากโลมเลียจากต้นตอไปยังโคนบนสุดชายหนุ่มจูบตรงลูกกลมเล็กน่ารักๆนั่นโอยไม่สนว่าจั่นเจาจะครางเสียงดังแค่ไหน รู้เพียงว่าเขาอยากจะปรนเปรอจั่นเจาให้ได้มากที่สุด

"พี่ไป๋ข้าปวด"จั่นเจาเริ่มร้องโอดโอยเมื่อเขาไม่ได้รับการปลดปล่อย อวี้ถังยิ้มอย่างมีเลศนัยก่อนจะอมแท่งนั้นไว้แล้วขยับขึ้น ลง เพียงแค่ไม่ถึงนาทีจั่นเจาก็เริ่มหลั่งน้ำสีขาวขุ่นออกมาอวี้ถังดูดกลืนมันราวกับดื่มสุราอย่างไรอย่างนั้นยิ่งกระตุ้นให้จั่นเจาปลดปล่อยออกมาจนมากมายแทบจะทลักใส่ปากเขา

"ให้ข้าช่วยเจ้ามีความสุขต่อเถิดเสี่ยวเหมาของข้า"อวี้ถังกระเถิบตัวเข้าไปให้ใกล้ยิ่งขึ้นเขาจับขาจั่นเจาแยกออกแล้วสอดใส่สิ่งที่ใหญ่กว่าจั่นเจาเขาไปอย่างเชื่องช้า คล้ายกลัวแมวหลวงเจ็บ

เคลื่อนอารมณ์ยังคงดำเนินต่อไป ตราบใดที่จั่นเจายังคงกอดเขาอย่างมีความสุข..และมันก็สิ้นสุดเมื่อจั่นเจาบิดกายไปมาฝ่เท้าเกร็ง ครางออกมาโดยไม่หยุดหย่อน อวี้ถังถึงจะถอนตัวออกมาจูบจั่นเจาเอาไว้..

เขาไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยแต่กลับมีความสุขเมื่อได้กอดจั่นเจาเป็นครั้งสุดท้าย อวี้ถังหลั่งน้ำตาเล็กน้อยโดยที่แมวน้อยเหนื่อยจนไมได้สังเกตเพราะว่าหมดแรงหลับไปในอ้อมกอดอวี้ถังไปเสียแล้ว..

รุ่งเช้า

"พี่ไป๋"จั่นเจาเดินตามหาชายรักทั่วบ้านกลับไร้ร่องรอยเขาเริ่มเอะใจ ก่อนเดินไปที่ห้องนอนอีกคราแต่กลับว่างเปล่าไม่พบอะไรเลย และที่แปลกใจคือสภาพห้องนอนของเขากลับดูรกร้างราวกับว่าเมื่อคืนเขาไมได้นอนที่นี้ เพราะที่นี้มีแต่หยางใหย่ ฝุ่นคลุ้งไปหมด แต่สิ่งที่จั่นเจามั่นใจได้ว่าเขานอนที่นี่ก็คือเศษเทียนที่ยังอุ่นอยู่..

เขาแค่เดินเล่นเพียงครึ่งชั่วยามฉะไหนกลับมากลับตลาปัตรเยี่ยงนี้จั่นเจาเริ่มใจคอไม่ดีรุดกลับไปหาอาซ้อกับพี่อวี้หลันโดยเร็ว

สองชั่วยามต่อมา

"ข้าไม่เชื่อ!!!!"จั่นเจาตะโกนดังก้องจนหลายคนในห้องโถงสะดุ้ง

"อวี้ถังมันตายแล้วจริงๆ"อวี้หลันผู้เป็นพี่สาวของหนูขนทองเอ่ย จั่นเจาส่ายหน้า ต่อให้อำเขาสักแค่ไหนก็ไม่เชื่อเพระเมื่อคืนเขายังกอดอวี้ถังไว้อยู่เลย

"ก็เมื่อคืน.."

"เมื่อคืนทำไม เมื่อคืนวันพระนะ หรือว่าเจ้าเห็นไอ้หนูเล็ก"หนูสี่ตัวเอ่ยพร้อมกับจั่นเจาถึงกับหน้าซีด หรือว่าเสียงงืมงำที่ได้ยินว่ากอดครั้งสุดท้ายนั้นจะไม่ใช่ฝัน ..

น้ำตาเริ่มหลั่งไหลโดยไม่อายสายตาคนอื่นที่จะมอง เขาทรุดตัวนั่งลงกับพื้นร้องไห้ออกมาโดยไม่สนใจใคร

"หลมฝังศพไปทางใด"จั่นเจากล่าวเสียงสะอื้น อาซ้อเดินนำทางเขาไปยังเนินเขาหลังบ้านเขาเองก็พบกับฮวงจุ้ยเป็นสิ่งยืนยันได้ มันตั้งตระหง่าอยู่หลังต้นเหมย มิน่าเล่าเมื่อคืนเขาผ่านตรงนี้ถึงได้เย็นแปลกๆ

"เขาทิ้งอะไรให้ข้าหรือไม่"

"จดหมายฉบับหนึ่งเขาวางไว้ใต้หมอนในห้องเจ้า"ทันทีที่รู้ว่าไป๋อวี้ถังทิ้งจดหมายไว้ จั่นเจาก็เร่งไปดูแต่พบกับความว่างเปล่า..ไม่มีแม้จดหมายหรือว่าพี่ไป๋จะเอาไปด้วย..

จั่นเจาทุกเข่าร้องไห้อีกคราสายตาจ้องไปที่ใต้เตียงเห็นกระดาษสีขาวหล่นอยู่ก็ยิ้มกว้างไปหยิบมันออกมา

 

    ถึง..จั่นเจา

    ทันที่ที่เจ้าได้เห็นจดหมายฉบับนี้แปลว่าพี่ได้ตายแล้ว พี่มีภารกิจลับลอบเข้าไปในจวญขุนนางคนหนึ่งแต่ข้าไม่บอกเจ้าหรอกกลัวเจ้าจะหมางใจ  ข้าเองก็ไม่มีคำพูดใดๆมากมายนอกจากคำว่าพี่รักเจ้า หวังดีต่อเจ้า.. อยากให้เจ้ามีรอยยิ้มแม้ข้าจะจากไปแต่วิญญาณยังคงอยู่ข้างกายเจ้าเสมอ ...                      ไป๋อวี้ถัง

 

"พี่อวี้ถังงงง"จั่นเจาตะโกนเรียกหาชายรักอย่างไม่ขาดสายจนน้ำตาแห้งเหือด ..  ทำไม ทำไมข้าม่กลับมาให้เร็วกว่านี้ พี่ไป๋..ทำไมท่านต้องจากข้าไปโดยไม่มีวันหวนกลับมันเลวร้ายกว่าการร้างไกลพันลี้เสียอีก..

ร่างชายหนุ่มเดินเซถือขวดสุราไหหนึ่งเข้าไปในจวญไต้เท้าเปา เป็นจั่นเจานั่นเองที่เมามายแต่หัววัน..

"จั่นเจา ข้าทราบเรื่องอวี้ถังแล้ว"กงซุนกล่าวเสียงแผ่ว

"เสียใจด้วยนะ..." ท่านเปากล่าวหมายจะปลอบ หวังเฉา หม่าฮั่นก้มหน้าเงียบไม่พูดอะไรเช่นเดียวกับจางหลงเจ้าฮู่

จั่นเจาก้มหน้าไม่เอ่ยอะไรเขาเดินออกจากศาลไคฟง ร่างสีแดงใช้วิชาตัวเบากลับไปยังต้นเหมยอีกครา จั่นเจาทรุดกายนั่งมองฮวงจุ้ย โดยไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง และน้ำตาที่แห้งเหือดไปก็หลั่งไหลอีกครา..

 

อีกมุมหนึ่ง

"จั่นเจา..." ไป๋อวี้ถังยืนมองคนรักที่อยู่ตรงหน้า ไม่อาจสำผัสได้ ไม่อาจพูดคุยได้ ไม่อาจทำให้เห็นได้ หรือแม้แต่ทำให้รู้สึกว่าอวี้ถังยืนตรงนี้

ร่างขาวโปร่งแสงมองชายรักด้วยแววตาเจ็บปวด ถ้าหากต้องเป็นอย่างนี้ วันนั้นเขาคงไม่ลอบเข้าจวญขุนนางชั่วนั่น เพียงแค่หลับตาเหตุการณ์วันนั้นยังสะท้อนมาให้เห็น

 

ปีก่อน

ได้ยินมาว่าในจวญขุนนางคนนั้นมีของต้องห้ามของจักรพรรดิเหลืองอยู่ มันคือสมุดเป็นตาย.. ผู้ใดได้ครอบครองจะรู้ว่าตนถึงอายุขัยวัดใดและสามารถแก้ไขได้ ถ้าหากเขาได้มันมาเขากับจั่นเจาคงมีชีวิตนิรันด์

อวี้ถังใช้วิชาตัวเบาลอบปีนกำแพงสูงเข้าไปในจวญพบกับเหล่าทหารคุ้มกันแต่ฝีมือนั้นไม่ได้คณามือเขาหรอก

ทหารยามและองครักษ์ถูกไป๋อวี้ถังทำให้สลบจนหมด จนถึงด่านสุดท้าย เขาซัดฝ่ามือไปที่ท้ายทอยองครักษ์คนหนึ่งเห็นว่าล้มแล้วก็ไมได่เอ๊ะใจลอบเข้าไปในห้องรูปร่างแปดเหลี่ยมมีกระจกเเปดทิศ ตรงกลางมีสมุดเป็นตายวางไว้บนโต๊ะ อวี้ถังยิ้มร่าเขาเดินหวังไปหยิบมันแต่คาดไม่ถึงว่าห้องนี้มีกลไกอยู่ตรงที่ที่อวี้ถังเหยียบแผ่นพื้นกลับแยกออก ร่างสีขาวก็ล้วงหล่นไปเสียบกับกระบี่ที่ตั้งตระหง่า รอเหยื่อ ตกลงมาถูกทิ่มแทงเหมือนไป๋อวี้ถัง

ขุนนางคนนั้นเรียกให้ทหารเอาศพของเอาไปทิ้งชานเมือง หนูดำดินไปพบเขาแล้วแบกร่างที่ไร้วิญญาณกลับไปฝังที่บ้าน โดยอาซ้อและพี่อวี้หลันของเขานั้นยังทำใจไม่ได้ สายลมแห่งความเศร้าพลันหวนกลับมาอีกครา...

"ไม่!!!!!"จั่นเจาตะเบงสุดเสียงเหงื่อชุ่มกายไปหมด เขาคว้ากระบี่คู่ใจของตนเดินทางออกไปยังบ้านริมเขาที่เขาเคยใช้ชีวิตตรงนั้นกับ  ไป๋อวี้ถัง....

                                                                                                           

孙兴-焦恩俊 Sunxing-Jiaoenjun

posted on 16 Dec 2008 18:38 by mingtianlong

กระทู้นี้แด่SJ ไม่ใช่SUJUนะ แต่เป็นSUN-JIAO 

 

  เป็นดาราคู่ที่หมิงชอบมากก อยากจะจิ้นให้เขา

 

คู่กันจริงๆด้วยซ้ำ

 

แต่คงได้แต่เพ้อ TT^TT 

 

ป๋าซุน-เท่มากก รูปหล่อ หน้ารัก น่าหยิก อารมณ์

 

ดีพอๆกับการทำงานของเซเว่น[24ชั่วโมงไงคริๆ]

 

ใครเอางานอะไรมาก็เล่นหมด ไม่เคยเลือกบท

 

ว่าจะต้องดีเด่นเลิศเลออะไร เลยเห็นเป็นตัวรอง

เสียส่วนใหญ่

 

ดูตามข่าว ป๋าแกออกจะเจ้าชู้ไปเสียหน่อย แต่ก็

 

นะ..คารมณ์เป็นต่อรูปหล่อเป็นรอง แต่พี่แกเล่น

 

มีสองอย่างเลย!!

 

 เวลาเต้นก็สุดยอดพริ้วมาก สไตล์การแต่งตัวก็

 

บรมเท่ไม่เหมือนใคร โดยเฉพาะทรงผมอันก่อนๆ

 

ของป๋าด้านหน้า เหมือนสกินเฮดแต่ด้านหลังไว

 

ยาว โอ๊วว เริดมาก

 

คะป๋าข๋า ปัจจุจัน ลูกสองแล้วคร๊าฟ

 

 

 

เฮียเจียว-หน้าตาเฮียหล่อตั้งแต่เกิด สูงที่สุดใน

 

บ้าน ไม่รู้เอาเชื้อหล่อมาจากไหน ตอนเด็กชอบ

 

บรู๊ซลีมากตอนนี้ก็ยังชอบอยู่ เข้าวงการตั้งแต่

 

อายุสิบแปด[นับรวมตอนเรียนการแสดงสองปี

 

ด้วยนะ]

ผู้ชายอารมณ์คลาสสิคชอบฟังเพลงบรรเลง

เปียโน[โดยเฉพาะเพลงในบล็อคเฮีย] การแต่ง

ตัวก็สบายๆ [เสื้อคอกลมบ้างเชิ๊ตบ้าง สามส่วนก็มี]

เวลามีตแฟนคลับ จะยิ่งรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้อบอุ่น

มาก รักแล้วรักจริง[ไม่เข้าใจว่าเลิกกันได้ยังไง]

 

บทที่ได้เล่นส่วนใหญ่จะเป็นพระเอก นานๆจะได้

 

บทตัวร้ายเวลาเล่นร้ายก็ร้ายจริงๆ แต่มีคนบอกว่า

 

นัยตาของป๋าเหมาะกับบทเศร้าๆมากกว่า ดูอย่าง

 

นู๋ลี้น๊อย ร้องไห้ได้อินด์มาก   

 

เอาละเข้าเรื่องกันจริงๆจังๆดีกว่าทำไมเอ็นทรี่นี้

 

เกี่ยวอะไรกับซุน-เจียว ความจริงมันไม่มีอะไร

 

มากหรอก แค่อยากจะจิ้นจริงๆจังเสียที[ไม่ใช่ฟิค

 

นะเคอะ = =]

 

สังเกตุมาหลายรอบแล้ว ทำไมตัวละครที่สองคน

 

นี้เล่นชอบอยู่ละพวกกันจริง เฮ้อ...

 

PS-เล่นกันคนละเรื่อง แต่มันยังไงๆ

 

EXSEMPLE-1

ไป๋อวี้ถังกับจั่นเจา

 

 คนหนึ่งเป็นหนูขนทองผู้เย่อหยิ่ง อีกคนเป็น

 

องครักษ์ฉายาแมวเเห่งวังหลวง ความแตกต่าง

 

แลตรงข้ามเริ่มประจักษ์

 

 

 

 มีคนบอกว่า ไป๋อวี้ถังกับจั่นเจา เป็นคู่รัก[แต่ไม่

 

แสดงออก] บางทีหมิงก็เชื่อสนิทใจ

 

แต่อีกเสียงฝ่ายค้านบอกว่า มันเป็นผู้ชายทั้งคู่จะ

 

รักกันได้ไง

 

-รักไม่จำเป็นต้องแบ่งเพศ รักไม่เคยจำกัดอะไร

อยู่แล้ว

 

-ไป๋อวี้ถังไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ชายเสมอไป คุณ

 

เคยดูเปาชิงเทียน เวอร์ชั่นอื่นไหม ?? ไป๋อวี้ถัง

 

เป็นผู้หญิงก็มีนะ!

 

    จบไปคู่นี้ก่อนเถอะ  เราๆก็เข้าใจกันดีอยู่แล้ว

 

ว่าความจริงมันเป็นยังไง เราไม่ต้องจิ้นด้วยซ้ำ

 

            -ชอบทุกสุดเลยนู๋ไป๋กะนู๋จั่น-

 

EXSEMPLE-2

 

ซูจี้ลี่-ฉีเฉิงเอิน

 

ซูจี้ลี่ เทพเจ้าเตาที่ต้องลงมาเกิดช่วยเหลือฮัวมู่

 

หลาน เพราะทำผิดมาเลยถือเป็นการไถ่โทษ

 

อยู่ข้างฮัวมู่หลานตั้งแต่กลางเรื่องจนถึงบทสุด

 

ท้าย[ตอนแรกไม่ชอบมู่หลานจึงใส่ความแล้วจับ

 

ได้เลยถูกมาเกิดใหม่]

 

ฉีนเฉิงเอิน เสนาบดีฉี ผู้เกลียดชังฮัวมู่หลานหา

 

ทางกลั่นแกล้ง แต่สุดท้ายต้องพ่าย

 

    เรื่องนี้เม้นท์ได้ไม่มากนักเนื่องจากเพื่อนเรา

 

คร่าวๆให้ฟังเฉยๆเดี๋ยวจะยืมมันมาดู และเรื่องนี้ก็

 

จิ้นไม่ออกจริงๆTT^TT

 

                  -เซงเป็ด-

 

EXSEMPLE-3

 

งูเจ้าที่[ไม่มั่นใจ]-ฝาไห่

  

เป็นที่ทราบดีอยู่แล้วว่าฝาไห่เกลียดปิศาจโดย

 

เฉพาะงู อดีตที่ฝังใจกับงูทำให้เขาไม่สนใจเสีย

 

ด้วยซ้ำว่า ปิศาจที่ฆ่าไปดีหรือชั่ว

 

ในขณะที่งูเจ้าที่เป็นคนดี แต่ถูกเล่นงาน

 

หมิงเคยเห็นคลิปอันหนึ่งแต่ตอนนั้นเซฟไม่เป็น+

 

ไม่รู้จักป๋าซุน เห็นว่าเนื้อเรื่องเป็นงูเจ้าที่*ฝาไห่ 

 

ไม่รู้ว่าจิ้นกันออกยังไง

 

        -ซูฮกจริงๆ-

 

EXSEMPLE-4 อันนี้ไม่เข้าใจ

 

เอี๊ยะเซียว-ลี้คิมฮวง

 

ขอประทานโทษนะคะ หมิงไม่เข้าใจว่าจิ้นกันได้

 

ยังไงหรอคะ อ้อ!!...หมิงลืมอีกแล้ว MVตัวหนึ่ง

 

ของไป๋-จั่น ทำเป็นสองคนนี้มาเกิดใหม่แล้วมา

 

โคจรกัน จริงอยู่ที่หมิงก็ชอบ แต่ไม่เข้าใจว่ามันคู่

 

กันยังไง หรือว่า คาเรคเตอร์มันหล่อ ชอบเหล้า

 

พอกัน - -* แต่ยังไงสะ เชียร์เหมือนเดิม

 

             -บ่นแต่ก็ชอบ-

 

EXSEMPLE-5

 

อ๋องน้อย[ไม่รู้ชื่ออะไรหาไม่เจอตามน้ำลอกพี่ริง]-

ซูโจว

 

คนหนึ่งเป็นอ๋องเลอศักดิ์ อีกคนเป็นกษัตริย์จอม

 

ทะเล้น

 

เหมือนกับการเเก่งแย่งอะไรเสียอย่างหนึ่ง เปรียบ

 

เสมือนเสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไมได้ หากไม่มี

 

ใครตาย ก็ไม่มีวันจบ สุดท้ายฮ็องเต้ก็สิ้นพระชน

 

[ยังไม่รู้ใครฆ่า]หนึ่งปีต่อมา ท่านอ๋องก็ขึ้นครอง

 

ราชย์ต่อแทน[ในขณะที่อีกคนหลับไม่ตื่น อีกคน

กลับเฝ้าคนึงคิดถึง]ราวกับรู้สึกผิด ความทรงจำที่

 

เลวร้ายก็เข้าหาในวันที่เล่นหมากกันอ๋องประกาศ

 

รุกคืนก่อนหน้านั้น ฮ้องเต้พระสุบินว่าถูกฆ่าพระ

 

อัศสุชลพรางร่ำไห้ต่อหน้าท่านอ๋อง หลายวันต่อ

 

มาฮ้องเต้ขวบม้าออกไปนอกเมือง ท่านอ๋องแล

 

เห็นเหนี่ยวไก ธนูยิงมันออกไป...

 

  -ดูMV红尘乱แล้วรันทนได้ใจ-[ยาวนิสบรรยาย

ตามคลิป= =]

 

 

 

EXSEMPLE-6

 

ผู้ร้องทุกข์-จั่นเจา

 

วงโคจรช่างตลกนัก อยู่เรื่องเดียวกันแต่กลับคน

ละซีน คนหนึ่งผู้ร้องทุกข์แต่เกลียดชังเปาจินที่

ตัดสินคดีผิดทำให้สติแตกผมสีดำกลายเป็นสีเงิน  

 

ส่วนจั่นเจา ก้เป็นองครักษ์ที่ทำหน้าที่ตามSTEP

 

เดิม จิ้นไม่ออกยิ่งกว่า เทพเจ้าเตากับเสนาบดีฉี

อีก

 

                 -ไปแก้หนังแล้วให้เขาเป็นหนูขน

ทองแทนได้ไหม๊ๆๆๆ-

 

 

EXSEMPLE-7

 

ฉางซุนอู่ตี้-เฮอหลันหมิ่นจื่อ

 

 ถึงแม้ป๋าซุนจะเป็นคนแก่ก็เถอะ แต่ในเรื่องบูเช็ค

 

เทียน ป๋าอยู่ข้างเจ้บูคอยเป็นกุนซือให้[ถ้าจำไม่

 

ผิดนะ]ในขณะที่ท่านอ๋องเฮอหลันหมิ่นจื่อ เป็น

 

 หลานชายเสียเปล่าแต่กลับเกลียดน้าสาว[เจ้บู]

 

ข้าไส้ ดังนั้นจึงอริกันอีกแล้ว = =

 

      -จิ้นไม่ลงอีกเรื่องเดี๋ยวจะเป็นโลลิค่อนเอา-

 

 

 

กว่าจะจบหมดสมองหมดไปร้อยแปด ความจริง

นึกได้เยอะกว่านี้แต่สารภาพ หมิงลืม TT^TT

edit @ 16 Dec 2008 20:14:14 by 明天龙»白玉堂♥展昭«

SP:Poison`Love

posted on 15 Dec 2008 15:48 by mingtianlong  in Fiction

 


 

ไป๋อวี้ถังอยู่ที่หอนางโลมชื่อดังแห่งเมืองไคฟงเพราะเกิดคดีหญิงงามหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยตามหมู่บ้านต่างๆไต้เท้าเปาจึงวานเขาให้มาช่วยสอดส่องเพราะมันดูเหมาะสมกับเขาดีหากจั่นเจามาที่นี้เขาคงยืนกรานปฏิเสธหัวชนฝาไม่ให้มาเป็นแน่สถานที่ที่มีแต่โลกมายาสุราเมรัยทำให้หลุ่มหลงและจั่นเจายิ่งเป็นคนที่ดูประสีประสาเรื่องนี้ เขาเกรงว่าลูกแมวน้อยของเขาคงจะถูกใครชุบมือเปิบไปก่อนเขาเป็นแน่! เขายังพอทราบดีว่าจั่นเจาไม่ใช่ตัวโง่งมขนาดนั้นอาจจะใช้วิชาตัวเบาหนีไปให้เร็วด่วน แต่ไม่ยอมที่หน้าที่สืบหาข้อมูล เมื่อวานนี้ จั่นเจาโกรธเคืองเขาที่ออกตัวเสนอว่าจะเป็นคนมาสืบเสาะข้อมูลเอง สายตาที่ดุดันราวกับหึงหวงคู่นั้นแฝงไปด้วยความสับสน มีหรือเขาจะไม่รู้ว่าแมวน้อยคิดอะไร คงจะลอบแช่งเขาในใจให้เป็นโรคตายก็ได้เลยกระมัง 

"เหอะ..อยากจะไปที่หอนางโลมจนอดใจไม่ไหวละสิ"จั่นเจาเค้นเสียงสูง เลือบหางตามองเขาด้วยท่าทีไม่พอใจ

"ข้าไม่อยากให้เจ้าไปที่นั่น"เขาพูดจากใจแต่อีกฝ่ายกลับคิดว่ามันคือคำแก้ตัวที่โง่งมเสียจริง

"เจ้าอยากไปจนตัวสั่นมากกว่า"ร่างแดงกล่้าวอย่างดูแคลนก่อนจะเค้นเสียงเหอะอีกคราเดินจ้ำอ้าวหายเข้าไปในห้อง  เขาได้แต่ยืนเอ๋อมองดูจั่นเจางอนราวกับตัวโง่งมอันดับสอง แหงนหน้ามองท้องฟ้าที่เริ่มมืดจ้องกับพระจันทร์ที่ดูเศร้าเสียงถอนหายใจก็เล็ดลอดออกมา...เฮ้อ 

 

"ท่านไป๋อวี้ถัง ไม่เห็นท่านมาที่นี่นานแล้วนะคะ"เสียงแม่เล้าเอ่ยทักในขณะที่สุราในจอกเริ่มหดหายไปในลำคอ

"เซียงเออร์เจ้ามานั่งกับคุณชายไป๋เร็วเข้า"หญิงสาววัยกลางคนฉุดแขนผู้หญิงนางหนึ่งมานั่งข้างๆเขา 

ไป๋อวี้ถังไม่แลหน้าแม้แต่น้อยแต่กลับสนสุรานารีแดงตรงหน้าเสียมากกว่า

"นายท่านดื่มสุราขนาดนี้ไม่กลัวจะเมาหรอคะ"เสียงหวาน มารยาเริ่มแผลงฤทธิ์ใส่ เขาชินแล้วสำหรับวาจาอย่างนี้

ชายหนุ่มชุดขาวกลับไม่สนใจคราาวนี้ยกสุราทั้งไหมาดื่มก่อนจะเลือบตาไปมองหญิงสาวที่ใบหน้างดงามราวกับรูปวาดเขาจับข้อมือนางก็รับรู้ได้ลมปราณที่เดินอย่างคล่องแคล่ว

"เจ้าเป็นยุทธ"

เขากล่าวเสียงทุ้มต่ำฟังดูแล้วมีเสน่ห์ นางถึงกับเคลิ้มไปชั่วคณุ่ก่อนจะสบัดหน้าเอาสติให้กลับมา 

"ข้ารินสุราให้ท่าน"เซียงเออร์ ยกไหเหล้ารินด้วยท่าทางสวยงามราวกับพระสนมในวังหลวง ไป๋อวี้ถังเบนสายตาหันไปอีกทาง หันมาอีกทีนางก็รินเรียบร้อยแล้ว

มือหยาบกร้านรับสุรายกดื่มโดยไม่ระแวงแม้แต่น้อย เพียงอึกเดียวสุราในจอกก็หายเกลี้ยง

ไป๋อวี้ถังนัยตาเบิกโพลง รับรู้ถึงสิ่งแปลกปลอมในร่างกายก็สายไปแล้ว ร่างกายเขาเริ่มอุ่นตัวขึ้นเรื่อยๆ 

ชายหนุ่มกัดฟันถามหญิงสาวตรงหน้าด้วยน้ำเสียงโกรธเดือดดาล

"นี่มันพิษอะไรกัน!"

"พันหนึ่งทิวาราตรี"หญิงสาวก้มหน้าไม่กล้าสบตากับดวงตาเปรียบดังเปลวไฟ

อวี้ถังเพียงได้ยินคำตอบหัวใจพลันตกวูบ พิษนี้หากไม่ถูกำจัดเขาได้กลายเป็นปิศาจกระหายราคะเป็นแน่

แต่เขาไม่อยากนอกใจแมวน้อยที่ป่านนี้คงนอนหลับในห้องนอน..ใช่แล้ว!!เขารีบใช้วิชาตัวเบารุดไปยังบ้านพระราชทานของจั่นเจา อย่างกระเสือกกระสนเมื่อมาถึงก็เห็นได้ชัดว่าไฟเทียนห้องนอนจั่นเจายังคงติดไฟอยู่          แมวน้อยยังคงไม่นอน รอยยิ้มกระตุกบนใบหน้าแดงซ่าน เขาปาก้อนหินไปที่หน้าต่างราวกับส่งสัญญาณ

เปาะ เสียงของลูกหินทำให้จั่นเจาเดินไปเปิดหน้าต่างเห็นไป๋อวี้ถังอาการราวกับเจอของดีอีกแล้ว

หนูขนทองเห็นจั่นเจาเปิดหน้าต่างก็รีบใช้วิชาตัวเบาปีนขึ้นไปในห้องนอน 

"เจ้าไปเจอพิษอะไรมา"จั่นเจาถามเสียงสั่นๆเริ่มกระตุกตาขวาอวี้ถังกัดปากตัวเองกรอดเสียงผ่านไรฟังอย่างยากลำบาคดีที่บ้านของจั่นเจาใกล้กับหอนางโลมไม่ไกลเป็นสามลี้ ไม่เช่นนั้นเขาคงยอมตอนตัวเองเพื่อไม่ให้ไปสมสู่หญิงอื่นเป็นแน่

"พันหนึ่งทิวาราตรี"

อวี้ถังนัยตาพร่ามัวเริ่มมองหน้าจั่นเจาไม่ชัดเขากำลังจะควบคุมตัวเองไม่ได้แล้ว!สองมือเริ่มปลดอาภรณ์ของตนจั่นเจาถึงกับอ้าปากค้างไปชั่วครู่เมื่ออวี้ถังฉีกเสื้อตัวในออกเผยให้เห็นกล้ามเนื้อที่ดูสวยงาม อวี้ถังพลักจั่นเจาไปนอนที่เตียงแล้วโน้มตัวเองตามไปกดทับ

ริมฝีปากหนูขนทองซุกไซ้ชิมความหอมหวานบนใบหน้าแมวหนุ่ม  ที่เริ่มครางออกมาเบาๆเมื่อลิ้นหนานุ่มชอนไชเข้าไปสำรวจโพลงปากจั่นเจาคล้ายถูกมนต์สะกดไม่ขัดขืนคนตรงหน้าแต่แล้วสติก็ขาดเมื่อนึกขึ้นมาได้ว่าเขาโกรธไป๋อวี้ถังอยู่!!

"หยุดเดี๋ยวนี้"จั่นเจากล่าวเสียงแข็งข่มใจตัวเอง

ไป๋อวี้ถังทำเมินคำพูดนั้นกลับไล่ลงไปเรื่อยๆจนถึงสะดืแมวหลวง 

"พี่ไป๋!!!"จั่นเจาพลั้งมือตบหน้าอวี้ถังจนเลือดซึม ชายหนุ่มใช้ลิมเลียเลือดจากมุมริมฝีปากตัวเอง นัยตาที่ดูเลื่อนลอยเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าว 

เขาสะกัดจุดจั่นเจา แล้วคว้าเชือกผูกแขนจั่นเจาไว้ที่หัวเตียงเท้าสองข้างที่อยากจะขัดขืนถูกแยกแล้วตรึงผูกกับเสาหลักเตียงจั่นเจาอยากจะตะโกนด่าอวี้ถังที่ทำอะไรแผลงๆถ้าหากไม่เจอสะกัดจุดใบ้ด้วย

"ของเล่น..มีเยอะไม่ต้องกลัวไปหรอก.."อวี้ถังส่งสายตามีเลศนัยมุมปากกระตุึกรอยยิ้มเเปลกๆจั่นเจาสมองมึนไปชั่วขณะเมื่อเห็นไป๋อวี้ถังหยิบเทียนที่ยังคงมีไฟติดอยู่เอียงเเท่งเทียนไปตามแผงอกเขาไล่เลียลงไปจนถึงหน้าท้อง น้ำตาเทียนพลันหยดใส่จนรู้สึกได้ว่ามันทรมานร้อนยิ่งกว่าผิงไฟ อวี้ถังระดมจูบไปตามรอยน้ำตาเทียน ขบกัดตรงเนินปุ่มสีคล้ำ จนจั่นเจาหน้านิ่ว เมื่อละเลงพรมจูบจนพอใจแล้วเขาก็เริ่มยิ้มพิเรณอีกครา เขาคว้าเทียนแท่งเดิมสอดใส่ไปในช่องคับแคบเกือบมิดด้ามในครั้งเดียวจั่นเจานัยตาเบิกโพลงรับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดที่โลดแล่นเข้ามาอยากจะกัดลิ้นตัวเองให้ตายไปเลยยังทำไมไ่ด้ได้แต่นอนดูไป๋อวี้ถังที่ดูละคนกับไป๋อวี้ถังของเขา

ปลายหัวเทียนยังคงร้อนอยู่อวี้ถังค่อยๆดึงมันออกมา ก็มีเลือดติดออกมาจำนวนมากโข เขาก้มหน้าลงไปละเลียดเลือดของจั่นเจากัดลูกแฝดคู่นั้นเบาๆอย่างหยอกล้อแล้วค่อยๆอมแท่งนั้นไว้ปลายหัวของมันมีรอยฟันของอวี้ถังอยู่เลือดก็ซึมออกมาอีักชายหนุ่มอยากจะฆ่าตัวตายให้เร็วที่สุดเป็นแน่หรือไม่ก็ฆ่าคนตรงหน้า แต่ย่อมรู้ตัวดีว่า อวี้ถังไม่มีสติ

ไป๋อวี้ถังโลมเลียขนอ่อนหนานุ่มให้ชื้นเล็กน้อยเป็นการปลุก ให้มันได้ตื่นตัวแล้วรูดขึ้นรูดลงอย่างช้าๆเพียงไม่กี่นาที ของเหลวสีน้ำข้าวขาวขุ่นเริ่้มหลั่งออกมาเข้าปากอวี้ถัง เขากลืนกินมันดูดกลืนรสชาติประจำตัวของจั่นเจาไว้ เมื่อเห็นอีกคนปลดปล่อยแล้ว รอยยิ้มเลสนัยก็กระตุกขึ้นมาอีกรอบ เขาโน้มตัวไปจูบหน้าผากจั่นเจาแล้วกระแทกแก่นกายสุดแรงจั่นเจานัยตาเบิกโพลง ความเจ็บปวดที่ยิ่งกว่าเมื่อครู่เพิ่มเป็นอีกทวีคูณ แก่นกายคับพองจุกแน่นใน ช่องทางที่คับแคบที่ยิ่งบีบรัดสร้างความเสียวซ่านให้แก่อวี้ถังไม่น้อย

เขาขยับมันเข้าไปจนสุดปลาย ปล่อยน้ำหวานล้ำค่าใส่ในกายจั่นเจา ทันทีที่ได้รับการปลดเปลื้อง อวี้ถังสติก็วูบลงไปทับจั่นเจาที่นัยตาพร่ามัวเหนื่อยล้า

 

สิ้นสุดกับการปลดปล่อยของหนูขนทองผู้ดวงตก จั่นเจาก็เริ่มขยับร่างกายได้ เขามองอวี้ถังที่หลับสนิทเพราะพิษยา ความจริงเข้าสามารถฟื้นกำลังภายในแล้วหลุดจากการถูกสกัดจุดได้ แต่อีกใจก็สงสารไป๋อวี้ถัง หากคืนนี้เขาไม่ยอมมัน อวี้ถังได้เปลี่ยนจากฉายาหนูขนทองเป็นหนูบ้ากาม  พิษของพันหนึ่งทิวาราตรีนั้นแก้ได้ง่ายแต่ถ้าหากไม่แก้จะย่ำแย่ เพียงปลดปล่อยหนึ่งคืนแรกกับการที่ไป๋อวี้ถังต้องปลดปล่อยหนึ่งพันคืนนั้น สิ่งใดคุ้มกว่าเขาย่อมเลือกสิ่งนั้น จั่นเจาพยายามจะขยับกายเอียงให้อวี้ถังนอนข้างกายตน แต่แล้วก็รู้สึกปวดไปทั่วกาย เขานึกเคืองขึ้มาเล็กน้อยก่อนจะดีดหน้าผากอวี้ถังเบาๆ แต่ดูราวว่าจะแรงเกินไปจนเกิดรอยปูดขึ้นมา

"อุ๊ย!"จั่นเจาอุปทานเบาๆมองหน้าผากที่ปูดของอวี้ถังแล้วอมยิ้ม เช้าเมื่อไรเขาอยากจะถามเสียแล้วสิ ไหนว่าเก่งนักหนาเรื่องผู้หญิง ฉไหนกลับมาสภาพอย่างนี้

 

 

 

-END เต๊อะ-

 

จะบอกว่าอะไรดีละ รีบงั้นหรอ ก็ตอบได้ว่าไม่ใช่ หมดมุขงั้นหรอ ก็มีส่วน

หรือจะให้บอกว่า มีวิญญาณคนคุมร้านจ้่องอยู่ข้างหลังก็ใช่เต็มๆ

 เวลามีคนมาอยู่ข้างหลังแล้วรู้สึกว่าจะเขิน[เป็นด้วยหรอ]แต่งไม่ออก

เลยไม่เรทเเละSMดั่งใจหวัง ไว้คราวหน้าจะแก้ตัวละกัน

 

TT^TT

 

edit @ 16 Dec 2008 17:22:52 by 明天龙»白玉堂♥展昭«